เป็นที่ทราบโดยทั่วกันว่า ทุกวันนี้น้ำมันราคาค่อนข้างสูงขึ้นมากเมื่อเทียบกับเมื่อ 5-10 ปีก่อน หลายท่านอาจจะพยายามหาวิธีการ หาหนทางประหยัดน้ำมันกันเป็นส่วนใหญ่ บางท่านก็อาจหันไปใช้รถเมล์แทน แต่บางท่านที่จำเป็นต้องใช้รถก็อาจใช้วิธีการอื่น ที่เกี่ยวข้องกับรถ เช่น หมั่นตรวจเช็ครถกันทุก ๆ ระยะ, เปลี่ยนหัวเทียน, หมั่นเป่าใส้กรองอากาศ หรือเปลี่ยนใหม่บ่อยขึ้น, เปลี่ยนน้ำมันเครื่อง ตามระยะ, เอาสิ่งของที่ไม่จำเป็นต้องไว้ในรถ(ของหนัก ๆ) ออกเสียบ้าง ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่จะต้องกระทำ-ดูแล กับรถยนต์เป็นประจำอยู่แล้ว แต่ในช่วงที่น้ำมันราคายังไม่สูงนัก บางท่านก็ถือโอกาสละเลยกันได้บ้าง แต่ถึงคราวรัดเข็มขัด ก็คงต้องกวดขันกันหน่อย เพราะเป็นเงินที่ต้องสูญเสียไปกับการเผาไหม้ หรือระยะทางนั่นเอง ประหยัดได้ก็ควรประหยัด
                                     **ชมตัวอย่างการติดตั้ง(คลิ๊ก) **
            

  แต่ก็มีวิธีประหยัดด้วยวิธีอื่น ๆ อีกที่เกี่ยวกับเทคนิคการเผาผลาญน้ำมันเชื้อเพลิง ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งเทคนิคต่าง ๆ เหล่านี้ยังไม่ได้บรรจุอยู่ในเครื่องยนต์ของรถที่ขายออกมาแล้ว แต่อาจจะถูกบรรจุ ผนวก เข้าไว้ในเครื่องยนต์ หรือรถยนต์ในอนาคตอันใกล้ นี้ เพราะเทคนิคเหล่านี้ก็คือการ Development เครื่องยนต์นั่นเอง ซึ่งบริษัทรถยนต์ค่ายดัง ๆ หลายต่อหลายบริษัททั่วโลกก็แข่งขันกันพัฒนาสิ่งเหล่านี้ด้วยกันทั้งนั้น ต่างค่าย ก็ต่างรูปแบบ ต่างลักษณะที่แตกต่างกันออกไป แต่จะยังคงไว้ซึ่งประสิทธิภาพเท่านั้นว่าใครจะทำได้ดีกว่า และช่วยให้รถยนต์มีประสิทธิภาพ และประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงได้มากว่ากัน

eXTReMe Tracker

 จึงได้มีหลายบริษัททั่วโลก ที่มีเทคนิคและวิธีการที่ทำให้การเผาไหม้ของเครื่องยนต์ดียิ่งขึ้น ต่างก็ได้ผลิตอุปกรณ์ที่ช่วยประหยัดน้ำมันขึ้นมาจำหน่าย แม้แต่บริษัทผู้ผลิตรถยนต์เองก็ทำ แต่บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ได้เองนั้นก็ทำใส่ลงไปในเครื่องยนต์ไว้โดยตรง หรือกล่าวกันง่าย ๆ ว่ามีกำลังที่จะทำ หรือมีกำลังที่จะผลิต และบริษัทอื่น ๆ ที่ไม่ใช้บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ล่ะ เขาก็ทำออกมาขายต่างหากโดยไม่ได้ทำทั้งเครื่องยนต์ออกมาขาย เพราะการผลิตเครื่องยนต์ทั้งเครื่องนั้น เป็นการลงทุนที่สูงมาก ๆ ไม่คุ้มค่าที่จะทำ ถ้าหากไม่มีสายการผลิตอยู่ก่อนแล้ว หลายท่านจึงได้เห็นว่ามีอุปกรณ์ประหยัดน้ำมันมากมายหลายรูปแบบออกมาจำหน่ายกัน ในยุคนี้ บางท่านคิดไปว่าบริษัทพวกนี้ฉวยโอกาสตอนที่น้ำมันราคาขึ้นหรือเปล่า? แต่ถ้าเรามองกันให้ดี นั้นน้ำมันมีราคาขึ้นมาตลอด แทบทุกปี ไม่ได้เพิ่งมาขึ้นเมื่อปีนี้เอง และสินค้าอย่างอื่นก็มีราคาขึ้นมาตลอดแทบทุกปีเช่นเดียวกัน รวมถึงค่าแรง หรือเงินเดือนของบางท่านด้วยที่จะต้องมีการอัพขึ้นทุกปีเช่นเดียวกัน ซึ่งจะเห็นได้ว่าสิ่งของทุกอย่างมีแนวโน้มขึ้นราคาทั้งหมดแทบทุกปี ซึ่งถ้าเทียบกับสมัยก่อนที่บางท่านยังเด็ก ๆ จะเห็นได้ชัดว่าข้าวจานละไม่กี่สตางค์เอง หรือการมีเงินแค่ไม่กี่ร้อยบาทก็ถือว่ารวยแล้ว เป็นต้น โดยสรุปแล้วกล่าวคือสินค้าทุกอย่างมีแนวโน้มขึ้นราคาทั้งหมด นอกเสียจากจะหาสิ่งอื่นที่สามารถทดแทนสิ่งนั้นได้มาแทน แต่ในอนาคตต่อไป ถ้าขายดี ๆ ราคาก็คงต้องขึ้นเช่นเดียวกัน ลองสังเกตุดู

 
 อุปกรณ์ประหยัดน้ำมันที่หลายค่าย ได้ผลิตออกมาจำหน่ายตามท้องตลาดในปัจจุบันนี้ แบ่งออกได้เป็น 3 ประเภทใหญ่ ๆ ด้วยกันคือ 
- ประเภทกระทำกับน้ำมัน เช่นใช้แม่เหล็กแตกการสลายตัวของโมเลกุน้ำมัน, ใช้ความร้อนสลายโมเลกุลน้ำมัน, ใช้สารเร่งปฎิกริยาเติมลงไปในน้ำมัน หรือวิธีการอื่น ๆ ที่กระทำกับน้ำมัน เป็นต้น (ซึ่งควรระวังซีล โอริง ของตัวปั๊ม ที่ไม่ได้ถูกออกแบบมา ให้ทนความร้อนสูง ๆ ที่ไม่มีการ ควบคุม และ/หรือ สารที่เติมเพิ่มเข้าไปในน้ำมัน (อาจรวมถึงสารที่เติมเพิ่มเข้าไปในน้ำมันเครื่อง ที่เป็นฟิล์มเคลือบเหล็กให้แข็งกว่าปกติ) ไปจับซีล ประเก็น หรือโอริง ให้แข็งตัวไว(โดยมีค่าดัชนีอายุทางความร้อน หรือ เวลาที่ทำให้วัสดุเปราะ ณ อุณหภูมิเฉพาะ) ทำให้เปราะ แตกง่าย เสียคุณสมบัติเดิม ๆ ไป เป็นผลให้รั่วซึมก่อนถึงเวลาอันควร)
- ประเภทกระทำกับไฟ เช่น เพิ่มกำลังไฟ, ลด Noise, ลด Harmonic, ควบคุมการจุดระเบิดของหัวเทียน, เพิ่มแรงไฟที่หัวเทียน เป็นต้น
- ประเภทกระทำกับอากาศ เช่น ใช้กระแสไฟฟ้าแรงสูงช็อตอากาศ ให้ได้โอโซน, ทำให้ออกซิจนแตกตัวเป็นอิออนด้วยวงจรไฟแรงสูง, ทำให้ออกซิเจนแตกตัวด้วยการสั่นโมเลกุลอากาศ หรือคลื่นความถี่สูง, ยิงด้วยอิเลคตรอนเพื่อเพิ่มออกซิเจน เป็นต้น
 

 แต่อุปกรณ์เหล่านี้ จะดีไปไม่ได้ถ้าไม่มีการกระทำ หรือทำงานร่วมกันอย่างทั่วถึงทุกโมเลกุล ระหว่าง อากาศ น้ำมัน และไฟ(เบนซิน) หรืออุณหภูมิสูง(ดีเซล) กล่าวคือตามที่หลาย ๆ ค่ายกล่าวอ้างนั้น มักจะเป็นการแตกโมเลกุล ของอ๊อกซิเจน หรือโมเลกุลของน้ำมันให้มีขนาดเล็กลง หรือเพิ่มคุณภาพของไฟ แทบทั้งสิ้น แต่ถ้าหากทั้งสามสิ่งไม่รวมกัน การเผาไหม้ก็จะไม่เกิด เช่น ต่อให้น้ำมันมีโมเลกุลเล็กมากขนาดไหนก็ตาม ถ้าอยู่ในสุญญากาศ ก็ไม่เกิดการเผาไม้ หรือมีไฟกับน้ำมัน ถ้าไม่มีอ๊อกซิเจน การเผาไม้ที่สมบูรณ์ก็เกิดขึ้นได้ยาก หรือไม่เกิดขึ้นเลย หรือถ้ามีแต่อากาศกับไฟ แต่ไม่มีเชื้อไฟ การเผาไม้ก็เกิดขึ้นได้ไม่นาน หรือไม่เกิดขึ้นนั่นเอง
 ดังนั้นทางบริษัทผลิตรถยนต์ค่ายใหญ่ ๆ หรือดัง ๆ ทั่วโลก ตระหนักถึงปัญหานี้ดี จึงได้มีบทความวิจัย ต่าง ๆ รวมถึงการออกแบบห้องเผาไหม้ หรือ ท่อทางเข้าของห้องเผาใหม้ ให้มีการผสมกันระหว่างอากาศ กับน้ำมันเชื้อเพลิง ที่จะรวมตัวเข้าไปโดนกับจุดวาบไฟ หรือการสปาร์คจากหัวเทียน เพื่อให้เกิดการเผาไหม้ที่สมบูรณ์หมดจดดียิ่งขึ้นนั้นเอง (ซึ่งโดยทั่วไปแล้วการเผาไหม้โดยใช้แก๊สเป็นเชื้อเพลิง ก็ยังมีการเผาไหม้ที่ไม่หมดจด อยู่แล้ว และหัวฉีดที่ สร้างแรงดันให้เป็นเพียงละอองเล็ก ๆ ของน้ำมัน ที่มีขนาดโมเลกุลที่ใหญ่กว่าแก๊ส หรือจะเผาไหม้หมดจดในทีเดียว) ซึ่งสามารถกระทำได้ในหลายลักษณะแล้วแต่ไอเดียของแต่ละบริษัทว่า ใครมีความสามารถที่จะออกแบบ หรือประดิษฐ์คิดค้นอุปกรณ์ได้ดีและมีประสิทธิภาพมากกว่ากัน การแข่งขันทางการตลาดจึงเกิดขึ้น กล่าวโดยสรุปก็คือ การผสมกันระหว่างโมเลกุลของน้ำมัน กับโมเลกุลของอ๊อกซิเจน มีผลมากกว่า
-การที่มีแต่โมเลกุลของน้ำมันขนาดเล็ก เพียงอย่างเดียวแต่ไม่สามารถรวมตัวได้อย่างทั่วถึงกับอ๊อกซิเจน หรือ
- มีผลมากกว่า การที่มีแต่โมเลกุลขนาดเล็กของอ๊อกซิเจนอย่างเดียว แต่ไม่รวมตัวกับโมเลกุลของน้ำมันไม่หมด หรือ
- มีผลมากกว่า การที่มีไฟแรงแต่เพียงอย่างเดียว แต่โมเลกุลของอ๊อกซิเจนอยู่ทางหนึ่ง โมเลกุลของน้ำมันอยู่อีกทางหนึ่ง การเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์ก็จะยังคงเกิดขึ้นอยู่นั่นเอง
eg.

 แต่ผลิตภัณฑ์ของทางบริษัทเราที่กำลังจะนำเสนอท่านต่อไปนี้ จะสามารถช่วยแก้ปัญหาดังกล่าวให้กับเครื่องยนต์ของท่านได้ ซึ่งอุปกรณ์นี้ก็คือ (Novel Vortex) อุปกรณ์ปั่นโมเลกุลน้ำมัน ให้ผสมกันกับโมเลกุลของอากาศ ให้เข้ากันอย่างทั่วถึง ก่อนเข้าถึงจุดวาบไฟ หรือไฟสปาร์คจากหัวเทียน เพื่อให้การจุดระเบิดสมบูรณ์ที่สุด เป็นผลให้ แรงม้าเพิ่มขึ้น และประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง กล่าวคือทำให้น้ำมันเชื้อเพลิงหนึ่งหยด จากเดิมที่เผาไหม้ไม่หมด(จากการไม่รวมตัวกับอ๊อกซิเจน )ก็จะทำให้รวมตัวกับอ๊อกซิเจนได้ดีด้วยการปั่น เป็นผลให้ได้ระยะทางที่คุ้มค่ามากยิ่งขึ้น ในน้ำมันหนึ่งหยดที่คุณเสียเงินไป นั่นเอง  ซึ่งราคาของอุปกรณ์ตัวนี้จะถูกกว่าผลิตภัณฑ์จากค่ายอื่น ๆ เป็นไหน ๆ ที่ได้ผลจริง เห็นผลได้จริง พิสูจน์ให้เห็นได้ด้วยการทดลองจริง ว่าอากาศจะปั่นตัวไปรวมกับโมเลกุลของน้ำมันได้อย่างไร...................(โปรดติดตามในหัวข้อถัดไป)