การทดลองนี้เป็นการเปรียบเทียบ โดยใช้น้ำไหลผ่านอุปกรณ์ Novel Vortex แทนการใช้ลม เพราะไม่สามารถ ที่จะมองลักษณะของลม(ลม มีลักษณะใส) ที่วิ่งผ่าน ได้สะดวก และเห็นได้ชัดเจนด้วยตาเปล่า อย่างง่ายได้ถนัด นัก จึงใช้น้ำ+สีน้ำ สีต่าง ๆ มาทดสอบให้ดูแทน

-ในขวดสีแดง(น้ำเปล่า ผสมสีน้ำสีแดง-ไม่ใช่น้ำมัน) ใส่อุปกรณ์ Novel Vortex(สองชั้น)
-ในขวดน้ำสีเหลือง(น้ำเปล่า ผสมสีน้ำสีเหลือง-ไม่ใช่น้ำมัน) ไม่ใส่อุปกรณ์ใด ๆ

การคว่ำขวดน้ำทั้งสองสีลง ให้ไหลตามแรงโน้มถ่วงของโลก (เปรียบเทียบการไหลลงของน้ำแทน
ลมที่ถูกดูดให้ไหลเข้าไปในกระบอกสูบ)

แล้วดูอัตราการไหลของน้ำทั้งสองสี

-ในขวดสีแดง(น้ำเปล่า ผสมสีน้ำสีแดง-ไม่ใช่น้ำมัน) ใส่อุปกรณ์ Novel Vortex(สองชั้น)
-ในขวดน้ำสีเขียว(น้ำเปล่า ผสมสีน้ำสีเขียว-ไม่ใช่น้ำมัน) ใส่อุปกรณ์แบบชั้นเดียว

การคว่ำขวดน้ำทั้งสองสีลง ให้ไหลตามแรงโน้มถ่วงของโลก (เปรียบเทียบการไหลลงของน้ำแทน
ลมที่ถูกดูดให้ไหลเข้าไปในกระบอกสูบ)

แล้วดูอัตราการไหลของน้ำทั้งสองสี

    

จากการทดลอง จะเห็นได้ว่า Novel Vortex(สองชั้น) จะทำให้ลมวิ่งเข้าไปในท่อไอดีได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่า แบบไม่ใส่ และแบบใส่ประเภทชั้นเดียว ซึ่ง Novel Vortex(สองชั้น) จะทำให้ลมกลายเป็นลมหมุน และทะลวงเข้าไปปั่น โมเลกุลของน้ำมัน/แก๊ส กับโมเลกุลของอ๊อกซิเจน(อ๊อกซิเจนมี ~ 21% ของอากาศ) ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

  แม้แต่รถยต์ที่ใช้แก๊ส LPG หรือ NGVเป็นเชื้อเพลิง  ซึ่งเมื่อติดตั้ง Novel Vortex แล้วจะทำให้เกิดการเผาไหม้อย่างสมบูรณ์แท้จริง กำลังของเครื่องยนต์เพิ่มขึ้นเต็มพิำกัด อย่างเห็นได้ชัด ไม่อืด ไม่ตื้อ หรือวิ่งไม่ออก อย่างเคย......
  ซึ่งถ้ารถที่ใช้แก๊ส ใช้ได้ผลแล้ว รถยนต์ที่ใช้น้ำมันเบนซิน หรือน้ำมันดีเซล เป็นเชื้อเพลิงก็จะยิ่งได้ผลอย่างเด่นชัด เพราะ น้ำมันนั้นมักอยู่ในสถานะของเหลวซึ่งเมื่อฉีดออกด้วยแรงดันสูงให้เป็นละอองฝอย ก็จะยังคงเป็นของเหลวอยู่นั่นเอง แต่มีขนาดเล็กลง ทำให้พื้นที่ผิสสัมผัสที่จะวิ่งเข้าผสมกับโมเลกุลของอ๊อกซิเจน(ที่อยู่ในสถานะ gas) นั้นมีความไม่ทั่วถึงอย่างสมบูรณ์ ผิดกับ แก๊ส LPG หรือ NGV ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงที่อยู่ในสถานะ gas ที่มีความละเอียดมากกว่าของเหลวอยู่แล้ว จะวิ่งเข้าไปรวมตัวกับโมเลกุลของอ๊อกซิเจนที่อยู่ในสถานะ gas เช่นเดียวกัน อย่างทั่วถึงทุกพื้นผิวสัมผัสมากกว่า จึงทำให้ัแก๊ส LPG หรือ NGV มีการเผาไหม้ที่หมดจดกว่าน้ำมัน และเกิดมลพิษน้อยกว่า มีปริ มาณของเชื้อเพลิงหลงเหลือ /เหลือทิ้ง โดยสูญเปล่าน้อยกว่าาน้ำมัน

*การทะลวงของลมหมุน ที่วิ่งผ่านม่านสุญญากาศ หรือแรงดันลมไหลย้อนกลับ อย่างได้ผล นั้นเปรียบเสมือน เกลียวลำกล้องของกระบอกปืน ที่เมื่อกระสุนปืนวิ่งผ่านลำกล้องที่มีเกลียวหมุนแล้ว จะกลายเป็นลูกกระสุนปืนที่มีการหมุน และมีการทะลุทะลวง แหวกม่านอากาศอย่างได้ผล เป็นผลให้กระสุนลูกนั้นสามารถยิงได้ไกล เที่ยงตรง และแม่นยำ กว่าการที่ลูกกระสุนไม่ผ่านลำกล้องปืนที่ไม่มีเกลียว

Novel Vortex ช่วยประหยัดน้ำมันได้อย่างไร

การฉีดน้ำมันของเครื่องยนต์ในสภาวะการขับขี่ต่าง ๆ

การทำงานของ Novel Vortex ในสภาวะการขขับขี่ต่าง ๆ

1)-ในขณะสตาร์ต - เครื่องยนต์จะใช้หัวฉีดสตาร์ตเย็น ทำงานที่อุณหภูมิต่ำ เพื่อทำให้ปริมาณการฉีดน้ำมันมากขึ้น เพื่อให้ได้อุณหภูมิการทำงาน
ของเครื่องยนต์ที่พอเหมาะ(~80 Celcius)

  -ในขณะขับขี่ที่อุณหภูมิต่ำ - กล่อง ECU จะสั่งจ่ายเพิ่มส่วนผสมของน้ำมันให้หนาขึ้นเพื่อให้ได้อุณหภูมิการทำงาน
ของเครื่องยนต์ที่พอเหมาะ(~80 Celcius)

     ซึ่งในขั้นตอนนี้อากาศจะวิ่งข้าไปทางท่อรอบเดินเบา(ท่อเล็ก ๆ ที่แยกกิ่งออกไปจากท่อไอดี) และในขั้นตอนนี้เองเครื่องยนต์จะฉีดน้ำมันมากกว่าในขณะรถวิ่ง ทำให้นักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมบางท่านบอกว่า ไม่ต้องอุ่นเครื่องยนต์ในตอนเช้า ๆ เพราะจะเกิดมลพิษจากการเผาไหม้ไม่หมด ค่อนข้างเยอะ (เหตุผล-อากาศเข้าท่อเล็ก มีปริมาณน้อย และน้ำมันฉีดออกมามากกว่าปกติ)

1)-ในขณะสตาร์ต
  -ในขณะขับขี่ที่อุณหภูมิต่ำ

อากาศวิ่งเข้าทางท่อรอบเิดินเบา(ท่อเล็ก ๆ )และลิ้นอากาศรอบเดินเบา
ในขณะที่เร่งลิ้นยังไม่เปิด และ Novel Vortex ยังไม่ทำงานในขั้นตอนนี้

2)-ในขณะเร่งเครื่องยนต์(ขับในเมือง) -เครื่องยนต์จะสั่งจ่ายน้ำมันตามปริมาตรของไอดีที่เปลี่ยนแปลง

2)-ในขณะเร่งเครื่องยนต์(ขับในเมือง)
ปรับระดับการเหยียบคันเร่งของเท้า ให้พอเหมาะกับระยะทางในการเคลื่อนที่ จะช่วยทำให้ประหยัดน้ำมันได้มากขึ้น ยามขับขี่ในเมือง ที่มีการเบรคค่อนข้างบ่อย

*์เมื่อใส่ Novel Vortex แล้วจะทำให้คันเร่งที่เท้า เบาลง กดน้อยลงกว่าเดิม ก็จะได้ระยะทางเท่าเดิม-มากกว่าเดิม

3)-ในขณะเครื่องยนต์ใช้กำลังสูง(ขับทางไกล/ขับนอกเมือง)
เครื่องยนต์จะสั่งจ่ายน้ำมัน ตามตำแหน่งการเปิดมุมของเร่งลิ้น(เร่งลิ้นเปิดมากฉีดน้ำมันมาก ในทางกลับกัน หากเร่งลิ้นเปิดน้อยก็จะฉีดน้ำมันน้อย)
3)-ในขณะเครื่องยนต์ใช้กำลังสูง(ขับทางไกล/ขับนอกเมือง)
Novel Vortex จะทำให้ตำแหน่งของเร่งลิ้นเปิดน้อยกว่า เป็นผลให้เครื่องยนต์ฉีดน้ำมันน้อยกว่าเดิม แต่ได้กำลังของเครื่องยนต์ ความเร็ว และระยะทาง เท่ากัน-มากกว่าเดิม จึงทำให้ประหยัดน้ำมันมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
      นอกจากนั้น Novel Vortex ยังสามารถใช้ลมหมุน ช่วยต้านแรงดันไหลย้อนกลับ(Back pressure) ของลมในท่อไอดี อย่างได้ผล ทำให้รถยังคงมีการวิ่งไหลอยู่ ในขณะที่ยกเท้าออกจากคันเร่ง(ในขณะที่รถวิ่งด้วยอัตราเร็วสูง) ซึ่งเมื่อเร่งลิ้น/วาล์ว ปิดกระทันหัน จะทำให้เกิดแรงดันลมไหลย้อนกลับอย่างแรง เหมือนกับการฉีดน้ำแรง ๆ ใส่กำแพง จะมีน้ำส่วนหนึ่งสะท้อนกลับมา หรือเหมือนกับเหตุการณ์ที่ น้ำในทะเลไหลย้อนกลับ ออกจากชายฝั่งในวันที่มีพัดแรง ซึ่งหากมีผู้คนเล่นน้ำอยู่บริเวณชายฝั่งก็จะถูกน้ำที่ไหลย้อนกลับออกจากฝั่ง ดูด/พัดพาผู้ที่เล่นน้ำนั้น ให้ห่างออกจากฝั่งไปเรื่อย ๆ กระทั่งหมดเรี่ยวแรงต่อสู้.........และเสียชีวิตไปในทึ่สุด....(ดังมีข่าวให้เห็นกันอยู่ตามหน้าหนังสือพิมพ์/ทีวี อยู่ทุกปี เช่นชายหาด/ชายฝั่งแถวระยอง เป็นต้น)
 
++Compare with water flow++
การทดลองนี้เป็นการเปรียบเทียบ โดยใช้น้ำไหลผ่านอุปกรณ์ Novel Vortex แทนการใช้ลม เพราะไม่สามารถ ที่จะมองลักษณะของลม(ลม มีลักษณะใส) ที่วิ่งผ่าน ได้สะดวก และเห็นได้ชัดเจนด้วยตาเปล่า อย่างง่ายได้ถนัด นัก จึงใช้น้ำ+สีน้ำ สีต่าง ๆ มาทดสอบให้ดูแทน

-ในขวดสีแดง(น้ำเปล่า ผสมสีน้ำสีแดง-ไม่ใช่น้ำมัน) ใส่อุปกรณ์ Novel Vortex(สองชั้น)
-ในขวดน้ำสีเหลือง(น้ำเปล่า ผสมสีน้ำสีเหลือง-ไม่ใช่น้ำมัน) ไม่ใส่อุปกรณ์ใด ๆ

การคว่ำขวดน้ำทั้งสองสีลง ให้ไหลตามแรงโน้มถ่วงของโลก (เปรียบเทียบการไหลลงของน้ำแทน
ลมที่ถูกดูดให้ไหลเข้าไปในกระบอกสูบ)

แล้วดูอัตราการไหลของน้ำทั้งสองสี

-ในขวดสีแดง(น้ำเปล่า ผสมสีน้ำสีแดง-ไม่ใช่น้ำมัน) ใส่อุปกรณ์ Novel Vortex(สองชั้น)
-ในขวดน้ำสีเขียว(น้ำเปล่า ผสมสีน้ำสีเขียว-ไม่ใช่น้ำมัน) ใส่อุปกรณ์แบบชั้นเดียว

การคว่ำขวดน้ำทั้งสองสีลง ให้ไหลตามแรงโน้มถ่วงของโลก (เปรียบเทียบการไหลลงของน้ำแทน
ลมที่ถูกดูดให้ไหลเข้าไปในกระบอกสูบ)

แล้วดูอัตราการไหลของน้ำทั้งสองสี

    

จากการทดลอง จะเห็นได้ว่า Novel Vortex(สองชั้น) จะทำให้ลมวิ่งเข้าไปในท่อไอดีได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่า แบบไม่ใส่ และแบบใส่ประเภทชั้นเดียว ซึ่ง Novel Vortex(สองชั้น) จะทำให้ลมกลายเป็นลมหมุน และทะลวงเข้าไปปั่น โมเลกุลของน้ำมัน/แก๊ส กับโมเลกุลของอ๊อกซิเจน(อ๊อกซิเจนมี ~ 21% ของอากาศ) ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

  แม้แต่รถยต์ที่ใช้แก๊ส LPG หรือ NGVเป็นเชื้อเพลิง  ซึ่งเมื่อติดตั้ง Novel Vortex แล้วจะทำให้เกิดการเผาไหม้อย่างสมบูรณ์แท้จริง กำลังของเครื่องยนต์เพิ่มขึ้นเต็มพิำกัด อย่างเห็นได้ชัด ไม่อืด ไม่ตื้อ หรือวิ่งไม่ออก อย่างเคย......
  ซึ่งถ้ารถที่ใช้แก๊ส ใช้ได้ผลแล้ว รถยนต์ที่ใช้น้ำมันเบนซิน หรือน้ำมันดีเซล เป็นเชื้อเพลิงก็จะยิ่งได้ผลอย่างเด่นชัด เพราะ น้ำมันนั้นมักอยู่ในสถานะของเหลวซึ่งเมื่อฉีดออกด้วยแรงดันสูงให้เป็นละอองฝอย ก็จะยังคงเป็นของเหลวอยู่นั่นเอง แต่มีขนาดเล็กลง ทำให้พื้นที่ผิสสัมผัสที่จะวิ่งเข้าผสมกับโมเลกุลของอ๊อกซิเจน(ที่อยู่ในสถานะ gas) นั้นมีความไม่ทั่วถึงอย่างสมบูรณ์ ผิดกับ แก๊ส LPG หรือ NGV ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงที่อยู่ในสถานะ gas ที่มีความละเอียดมากกว่าของเหลวอยู่แล้ว จะวิ่งเข้าไปรวมตัวกับโมเลกุลของอ๊อกซิเจนที่อยู่ในสถานะ gas เช่นเดียวกัน อย่างทั่วถึงทุกพื้นผิวสัมผัสมากกว่า จึงทำให้ัแก๊ส LPG หรือ NGV มีการเผาไหม้ที่หมดจดกว่าน้ำมัน และเกิดมลพิษน้อยกว่า มีปริ มาณของเชื้อเพลิงหลงเหลือ /เหลือทิ้ง โดยสูญเปล่าน้อยกว่าาน้ำมัน

*การทะลวงของลมหมุน ที่วิ่งผ่านม่านสุญญากาศ หรือแรงดันลมไหลย้อนกลับ อย่างได้ผล นั้นเปรียบเสมือน เกลียวลำกล้องของกระบอกปืน ที่เมื่อกระสุนปืนวิ่งผ่านลำกล้องที่มีเกลียวหมุนแล้ว จะกลายเป็นลูกกระสุนปืนที่มีการหมุน และมีการทะลุทะลวง แหวกม่านอากาศอย่างได้ผล เป็นผลให้กระสุนลูกนั้นสามารถยิงได้ไกล เที่ยงตรง และแม่นยำ กว่าการที่ลูกกระสุนไม่ผ่านลำกล้องปืนที่ไม่มีเกลียว

Novel Vortex ช่วยประหยัดน้ำมันได้อย่างไร

การฉีดน้ำมันของเครื่องยนต์ในสภาวะการขับขี่ต่าง ๆ

การทำงานของ Novel Vortex ในสภาวะการขขับขี่ต่าง ๆ

1)-ในขณะสตาร์ต - เครื่องยนต์จะใช้หัวฉีดสตาร์ตเย็น ทำงานที่อุณหภูมิต่ำ เพื่อทำให้ปริมาณการฉีดน้ำมันมากขึ้น เพื่อให้ได้อุณหภูมิการทำงาน
ของเครื่องยนต์ที่พอเหมาะ(~80 Celcius)

  -ในขณะขับขี่ที่อุณหภูมิต่ำ - กล่อง ECU จะสั่งจ่ายเพิ่มส่วนผสมของน้ำมันให้หนาขึ้นเพื่อให้ได้อุณหภูมิการทำงาน
ของเครื่องยนต์ที่พอเหมาะ(~80 Celcius)

     ซึ่งในขั้นตอนนี้อากาศจะวิ่งข้าไปทางท่อรอบเดินเบา(ท่อเล็ก ๆ ที่แยกกิ่งออกไปจากท่อไอดี) และในขั้นตอนนี้เองเครื่องยนต์จะฉีดน้ำมันมากกว่าในขณะรถวิ่ง ทำให้นักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมบางท่านบอกว่า ไม่ต้องอุ่นเครื่องยนต์ในตอนเช้า ๆ เพราะจะเกิดมลพิษจากการเผาไหม้ไม่หมด ค่อนข้างเยอะ (เหตุผล-อากาศเข้าท่อเล็ก มีปริมาณน้อย และน้ำมันฉีดออกมามากกว่าปกติ)

1)-ในขณะสตาร์ต
  -ในขณะขับขี่ที่อุณหภูมิต่ำ

อากาศวิ่งเข้าทางท่อรอบเิดินเบา(ท่อเล็ก ๆ )และลิ้นอากาศรอบเดินเบา
ในขณะที่เร่งลิ้นยังไม่เปิด และ Novel Vortex ยังไม่ทำงานในขั้นตอนนี้

2)-ในขณะเร่งเครื่องยนต์(ขับในเมือง) -เครื่องยนต์จะสั่งจ่ายน้ำมันตามปริมาตรของไอดีที่เปลี่ยนแปลง

2)-ในขณะเร่งเครื่องยนต์(ขับในเมือง)
ปรับระดับการเหยียบคันเร่งของเท้า ให้พอเหมาะกับระยะทางในการเคลื่อนที่ จะช่วยทำให้ประหยัดน้ำมันได้มากขึ้น ยามขับขี่ในเมือง ที่มีการเบรคค่อนข้างบ่อย

*์เมื่อใส่ Novel Vortex แล้วจะทำให้คันเร่งที่เท้า เบาลง กดน้อยลงกว่าเดิม ก็จะได้ระยะทางเท่าเดิม-มากกว่าเดิม

3)-ในขณะเครื่องยนต์ใช้กำลังสูง(ขับทางไกล/ขับนอกเมือง)
เครื่องยนต์จะสั่งจ่ายน้ำมัน ตามตำแหน่งการเปิดมุมของเร่งลิ้น(เร่งลิ้นเปิดมากฉีดน้ำมันมาก ในทางกลับกัน หากเร่งลิ้นเปิดน้อยก็จะฉีดน้ำมันน้อย)
3)-ในขณะเครื่องยนต์ใช้กำลังสูง(ขับทางไกล/ขับนอกเมือง)
Novel Vortex จะทำให้ตำแหน่งของเร่งลิ้นเปิดน้อยกว่า เป็นผลให้เครื่องยนต์ฉีดน้ำมันน้อยกว่าเดิม แต่ได้กำลังของเครื่องยนต์ ความเร็ว และระยะทาง เท่ากัน-มากกว่าเดิม จึงทำให้ประหยัดน้ำมันมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
      นอกจากนั้น Novel Vortex ยังสามารถใช้ลมหมุน ช่วยต้านแรงดันไหลย้อนกลับ(Back pressure) ของลมในท่อไอดี อย่างได้ผล ทำให้รถยังคงมีการวิ่งไหลอยู่ ในขณะที่ยกเท้าออกจากคันเร่ง(ในขณะที่รถวิ่งด้วยอัตราเร็วสูง) ซึ่งเมื่อเร่งลิ้น/วาล์ว ปิดกระทันหัน จะทำให้เกิดแรงดันลมไหลย้อนกลับอย่างแรง เหมือนกับการฉีดน้ำแรง ๆ ใส่กำแพง จะมีน้ำส่วนหนึ่งสะท้อนกลับมา หรือเหมือนกับเหตุการณ์ที่ น้ำในทะเลไหลย้อนกลับ ออกจากชายฝั่งในวันที่มีพัดแรง ซึ่งหากมีผู้คนเล่นน้ำอยู่บริเวณชายฝั่งก็จะถูกน้ำที่ไหลย้อนกลับออกจากฝั่ง ดูด/พัดพาผู้ที่เล่นน้ำนั้น ให้ห่างออกจากฝั่งไปเรื่อย ๆ กระทั่งหมดเรี่ยวแรงต่อสู้.........และเสียชีวิตไปในทึ่สุด....(ดังมีข่าวให้เห็นกันอยู่ตามหน้าหนังสือพิมพ์/ทีวี อยู่ทุกปี เช่นชายหาด/ชายฝั่งแถวระยอง เป็นต้น)